ดินแดนปัญญาชน SEAL2thai.org

 

ครบ 6 ปี แห่งการได้เข้าสู่ "คนของพระราชา"

คุยเท่าที่รู้ กับครูแชมป์  SEAL2thai.org 

 

ปลูกต้นไม้แห่งปัญญา กับ ดินแดนปัญญาชน  

          ดินแดนปัญญาชน           

bullet

[หน้าแรก]
 

bullet

[รวมสาระ]
 

bullet

[web board]
 

bullet

[คุรุชน]
 

bullet

[สอบบรรจุครู]
 

bullet

ร่วมสนับสนุนเรา
โดยการทำ link
มาหาเรานะครับ

bullet

กรมหลวงชุมพร

 Thailand Travel Memo
 
เรียนพิเศษในพิษณุโลก
 
วงการครู

 ข้อสอบ o-net a-net ผลงาน คศ.3
 ได้รับการสนับสนุนโดย เงินงอกเงย
 เสด็จเตี่ย เรียนพิเศษ   
     บ้านครูแชมป์ เรียนพิเศษในพิษณุโลก

     วัตถุมงคล อ.หนู กันภัย

     สวีดัส saweedas สวัสดี

         

 
 
 
คุยเท่าที่รู้ กับครูแชมป์ ให้กำลังใจเว็บ SEAL2thai ด้วยนะจ๊ะ

การเดินทางยังไม่สิ้นสุด (อย่าลืมให้ like บทความนี้ ด้านท้ายบทความด้วยนะครับ)
ความเหนื่อยจากการทำงาน ทำหน้าที่ครู มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น

 


ครบ 6 ปี แห่งการได้เข้าสู่ "คนของพระราชา"
    วันนี้ (7 พ.ย. 2554) ครบรอบ 6 ปี ของการเป็นคนของพระราชา ข้าของแผ่นดิน

     ทุกวันนี้ ผมยังจำเหตุการณ์วันที่ไปสมัครสอบ วันที่เดินทางไปสอบ และวันประกาศผลได้อยู่เลย

     ระยะเวลาที่ผ่านมา ชีวิตการเป็นข้าราชการครูบ้านนอก ได้บ่มเพาะอะไรมากมาย ได้พบปะผู้คนมากมาย ได้แก้ไขปัญหามากมาย และได้เรียนรู้ชีวิตของ "ระบบข้าราชการ"

     หลายคนที่อยู่นอกระบบ อาจมองว่า อาชีพครูเป็นอาชีพที่สบาย อาชีพครูมีแต่หนี้ อาชีพครู ไม่มีวันรวย ซึ่งเราเองในฐานะที่เป็นครู ก็ต้องยอมรับในทัศนคติของคนต่างๆเหล่านั้น แม้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้เข้ามาสัมผัสกับเราจริงๆ... เราไม่มีสิทธิไปห้ามความคิดของใครๆ

     ผมยอมรับ ว่าหน้าที่ครู มันหนัก และสวนทางกับรายได้ เผลอๆ ยังต้องกระทบกับรายจ่ายอีกด้วย
     หลายครั้ง ที่ผมเขียน พูด แสดงความเห็นเกี่ยวกับปัญหาหนี้ครู ก็มีคนบอกว่า "ครูนิสัยเสีย เค้าให้กู้อะไรง่ายๆ ก็กู้ไปหมด" เราก็แสดงความเห็น ในมุมของคนเป็นครู บอกว่า รายได้น้อย เค้าก็บอกว่า แล้วทำไมครูไม่รู้จักพอเพียง คนอื่นๆที่ทำงานรายวัน ทำไมเค้าอยู่กันได้...

     ผมอยากเรียนท่านเหล่านั้น (จริงๆแล้วเหตุผลนี้ ผมจะพูดทุกๆครั้ง) ว่า "ครู เป็นวิศวกรของสังคม เมื่อต้องการสร้าง คน ออกไปอย่างมีคุณภาพ ก็ต้องมีการลงทุน ซื้อหนังสือ ทำสื่อการสอน" แล้วเค้าก็ถามว่า แล้วหน่วยเหนือไม่มีงบประมาณหรืออย่างไร ผมก็บอกว่า "มี แต่มันไม่พอ" ถ้าถามว่า โรงเรียนผมขาดอุปกรณ์วิทยาศาสตร์อะไรบ้าง ผมก็เรียนตามตรงว่า ขาดทุกอย่าง สารเคมีหมดอายุ กล้องจุลทรรนศ์หมดอายุ เก่า บิ๊กเกอร์คุณภาพต่ำ แต่ในขณะเดียวกัน โรงเรียนในเมือง โรงเรียนใหญ่ๆ เค้าก็ได้รับของใหม่ๆตลอด ด้วยเหตุผลที่ว่า นักเรียนเค้ามีเยอะกว่า โรงเรียนเค้ามีคุณภาพมากกว่า... ทุกอย่างเลยจบ ส่วนอาชีพอื่นๆ ที่ไม่ต้องซื้อสื่อ ทำสื่อการสอน เค้าสามารถเบิกสำนักงานได้ทุกอย่าง แม้แต่ลวดเย็บกระดาษ เค้ายังไม่ต้องซื้อเอง

     ... เอาเป็นว่า ผมได้งบสนับสนุนในการซื้อของมาทำสื่อ ปีละ 500 บ.

     กระดาษ รีมเท่าไร
     ปากกา ชอล์ค กล่องเท่าไร
     กระดาษสีเท่าไร
     ฯลฯ
     แล้วจะเอาที่ไหนซื้อไม้กวาด ไม้ถูพื้น สอนดี แต่ห้องสกปรก เค้าก็ว่า สอนดี แต่ไม่แต่งห้อง เค้าก็ว่า และอื่นๆอีกมากมาย ที่คนทำอาชีพอื่นๆไม่ต้องซื้อเอง

     เอาใหม่...   ไปทำเอกสารมา แล้วมาเก็บเงินที่เด็ก...
     พอไปเห็นเด็กบางคนแต่งตัวมอมๆมาโรงเรียน มีชุดนักเรียน 3 ชุด บางคนไม่มีรองเท้า ฯลฯ แล้วจะเอาที่ไหนมาจ่ายเรา สุดท้าย ครูก็ต้องควัก

     ผมเข้าใจคำพูดของแม่สุรีย์ (ผศ.สุรีย์ ไวยกุฬา) จริงๆ ว่าอาชีพนี้ มีแต่บุญ (แม้ว่าจะมีครูนอกคอกไปบ้าง 555)

     ผมเอง ก็ไม่ได้ดีเด่น ขยันอะไรมากมาย

     มีเหนื่อย มีแอบงีบ มีออกมาติดต่อธุระข้างนอกบ้าง แต่ก็เลือกในช่วงเวลาที่ไม่มีสอน แต่อยากให้ทุกท่านทราบว่า เป็นครู มันเหนื่อยตรงไหน

     ผมอยากจะให้ท่าน มาลองดูว่าการที่ครูจะสอนเด็ก 1 ชม. ครูต้องทำอะไรบ้าง
     1. ครูต้องวิเคราะห์หลักสูตรแกนกลาง และของสถานศึกษาว่า เด็กชั้นนี้ ต้องรู้อะไรบ้าง
     2. ครูต้องกำหนดว่า แบ่งเป็นกี่หน่วย
     3. หน่วยที่ได้ ต้องสอนกี่ชม
     4. นำหน่วยมาเขียนแผนการสอน ประกอบด้วย ตัวชี้วัด ขั้นตอนจะสอนอะไรบ้าง สอนอย่างไร ใช้สื่ออุปกรณ์อะไรบ้าง
     5. จัดเตรียมสื่อที่ระบุไว้
     6.เตรียมข้อสอบ หรือวิธีวัดผลอื่นๆ
     7. จัดทำ ปพ. (เอกสารบันทึกว่า นร.เข้าเรียนขาดเรียน นักเรียนได้กี่คะแนน)
     8. สอน และ ทดสอบ
     9. นำผลมาทำวิจัยในชั้นเรียน

     สรุปว่า ถ้าจะสอน 1 ชม. ครูต้องเตรียมการทั้งหมด 1 ชม. (
1 + 1 = 2 ชม.)

     แล้วถ้าชั้นประถม ซึ่งส่วนใหญ่กำหนดไว้ว่า เรียนวันละ 5 ชม. (25 ชม. / สัปดาห์ ) ครูก็ต้องเตรียมการ 25 ชม. ส่วนมัธยม 30 ชม. / สัปดาห์

      อ้าว ไม่เป็นลำบากตรงไหนเลย

     ลืมบอกไปครับว่า ครูไม่ได้สอนอย่างเดียว
     ครู ยังมีงานพิเศษอีก บ้างก็เป็นฝ่ายวิชาการ ฝ่ายบริหารทั่วไป ฝ่ายการเงิน ฝ่ายธุรการ ในแต่ละปี ก็จะโดนเรียกประชุม อบรม บ่อยมาก (วันนี้ 7 พย 54 ผมต้องไปประชุม 3 ที่) ไหนจะต้องกรอกข้อมูล จะต้องไปรายงานผลการทำงานต่างๆ ต้องพาเด็กเข้าร่วมกิจกรรมที่หน่วยงานต่างๆร้องขอ ทั้งของหน่วยเหนือ , อบต. วัด และอื่นๆ


     มันเหนื่อยจริงๆครับ

      ก็ต้องขอบพระคุณ ที่ยังพอมีผู้มีน้ำใจ หยิบยื่นความช่วยเหลือ มากน้อยตามกำลัง ทั้งมอบให้ทางโรงเรียนโดยตรง หรือมอบผ่านทางคณะครู ผมเองก็ได้รับความช่วยเหลือเกื้อกูลจากพี่ๆหลายท่าน ทำให้พอดมีเงินซื้อสื่อ ซื้อหนังสือมาสอนเด็กบ้าง ก็ขออนุโมทนาบุญพี่น้องเหล่านั้นนะครับ

      ชีวิตครู ทุกอย่างมันลงไปอยู่ที่เด็กหมด ผมได้รับความรักจากครูบาอาจารย์หลายท่าน ซึ่งท่านเหล่านั้นรักผม ดูแลผมเหมือนลูก ผมเลยต้องเป็นครูที่ดีเหมือนท่านเหล่านั้นให้ได้ บางที ได้เงินพิเศษจากการไปเป็นวิทยากรมา ก็มาหาซื้อหนังสือเพิ่มพูนความรู้เอาไปสอนเด็กจนหมด เหมือนจะมีรายได้เยอะ แต่มีเงินเก็บไม่ถึงห้าพัน เฮ้ออออออ ไม่มีสิทธิป่วยเลยละครับ

      ขอผลบุญที่ผมตั้งใจทำเพื่อวงการศึกษา ส่งผลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง ขอให้วงการการศึกษาก้าวหน้า และขอให้ผมได้มีโอกาสได้ใช้ความรู้ความสามารถที่มีอย่างเต็มที่ และไม่ต้องเดินทางมาโรงเรียนด้วยความเสี่ยงตายจากรถบรรทุกอย่างทุกวันนี้


      สาธุ...



ท่านสามารถอ่านบทความนี้ได้ที่ http://www.seal2thai.org/sara/sara236.htm    free toolbar

 

   ที่มา ครูพิริยะ  ตระกูลสว่าง

ชาว facebook ให้กำลังใจบทความนี้ด้วยนะครับ :)

  ขอบคุณครับที่ทำ link และอ้างอิงมาหาเรา นึกว่าในสังคมจะไม่มีคนให้เกียรติคนอื่นเหลืออยู่ีกแล้ว

หลุดจากทางบ้าน

ให้คะแนนข้อเขียนนี้ กี่ดาวดีครับ...


 รวมสาระ 
Powered by www.seal2thai.org   ดินแดนปัญญาชน