ดินแดนปัญญาชน SEAL2thai.org

 

พระราชดำรัสของของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ 4 ธันวาคม 2549

สาระดีดี จาก พันธมิตร อ.วาสนา  บุญโสภา

 

ปลูกต้นไม้แห่งปัญญา กับ ดินแดนปัญญาชน  

          ดินแดนปัญญาชน           

bullet

[หน้าแรก]
 

bullet

[รวมสาระ]
 

bullet

[webboard]
 

bullet

[คุรุชน]
 

bullet

[สอบบรรจุครู]

 
bullet

ร่วมสนับสนุนเรา
โดยการทำ link
มาหาเรานะครับ

 เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก
 
เรียนพิเศษในพิษณุโลก
 
วงการครู
ขนมจีน

 ข้อสอบ o-net a-net

       
    
บ้านครูแชมป์ เรียนพิเศษในพิษณุโลก

         

     
     เมื่อเวลาประมาณ 16.30 น.วานนี้( 4 ธ.ค.) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯลง ณ ศาลาดุสิดาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2549

     คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ประกอบด้วย คณะองคมนตรีและภริยา คณะรัฐมนตรีและคู่สมรส รวมถึงคณะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ข้าราชการสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา และข้าราชการสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคู่สมรส คณะกรรมการมูลนิธิชัยพัฒนา คณะข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและภริยา คณะข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมภริยา และคณะผู้แทนสมาคมแม่บ้านกองบัญชาการทหารสูงสุด กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ คณะหัวหน้าส่วนราชการระดับปลัดกระทรวง และภริยา รวมถึงคณะบุคคลตัวแทนขององค์กร มูลนิธิ และกลุ่มต่างๆ รวมทั้งสิ้น 23,522 คน 693 กลุ่ม

     ทั้งนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลฯ ถวายพระพรชัยมงคลในนามของคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ความว่า

     “ขอเดชะ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ในนามของพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า มีความปลาบปลื้มปีติเป็นล้นพ้นที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ปวงข้าพระพุทธเจ้าเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในมหามงคลสมัยวันคล้ายวันพระราชสมภพได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ในวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้

     นับแต่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติ เมื่อพุทธศักราช 2489 ตราบจนปัจจุบัน เป็นเวลาถึง 60 ปีแล้ว เป็นที่ประจักษ์ว่า ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ทรงรักและห่วงใยพสกนิกรยิ่งกว่าพระองค์เอง ทรงมีความผูกพันใกล้ชิดกับราษฎร ทรงปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อขจัดทุกข์ผดุงสุขแก่อาณาประชาราษฎร์ โดยมิได้ทรงย่อท้อต่ออุปสรรคและความยากลำบากตรากตรำพระวรกาย ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทได้ทรงพระกรุณาอุทิศเวลา กำลังพระวรกาย กำลังพระปัญญา และกำลังพระราชทรัพย์ เพื่อแก้ไขปัญหาของราษฎร เป็นเวลาอันยาวนานนับได้ถึง 60 ปี ซึ่งพระมหากษัตริย์พระองค์อื่นใดในโลกมิอาจเทียบเทียมได้

     ภาพที่ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาททรงพระอุตสาหะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดาร ภาพที่มีพระราชปฏิสันถารกับราษฎร และภาพที่กำลังพระราชทานพระราชดำริ เพื่อแก้ไขปัญหาของท้องถิ่นต่างๆ โดยมีพระเสโทหยาดย้อยอยู่บนพระพักตร์ คือ ภาพที่ปวงชนชาวไทยได้เห็นอยู่สม่ำเสมอ ตลอดจนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายพันโครงการ ล้วนเป็นคุณูปการแก่การประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตของพสกนิกร โดยเฉพาะราษฎรในชนบทที่ยากจนขาดแคลน โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และศูนย์ศึกษาการพัฒนา ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อตั้งขึ้นในภูมิภาคต่างๆ เป็นประดุจพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต ล้วนได้สร้างความหวังและชีวิตใหม่ โดยประสิทธิ์ประสาทความรู้ในการประกอบอาชีพ และการดำรงชีวิตที่เหมาะสม เสริมสร้างและปรับคุณภาพชีวิตที่ดีแก่พสกนิกรทั่วพระราชอาณาจักร แม้เมื่อสถานการณ์ของบ้านเมืองตกอยู่ในภาวะวิกฤต คับขัน ด้วยเดชะพระบารมี และด้วยพระปรีชาญาณอันล้ำเลิศ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ก็ทรงสามารถขจัดปัดเป่าให้ปัญหาคลี่คลาย สิ้นสุดยุติลงได้ด้วยดีทุกครั้ง

     พระบรมเดชานุภาพ และพระบุญญาบารมี ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้ดับไฟร้อนในแผ่นดินหลายครั้งหลายครา ทรงนำความผาสุกสู่บ้านเมืองและปวงชน พระปรีชาญาณในศาสตร์และศิลป์ต่างๆ และการทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นแบบอย่าง ได้ทำให้เมล็ดผลแห่งพระราชดำริงอกงามและเจริญทั่วถ้วน ล้วนเป็นคุณประโยชน์อย่างยั่งยืน อเนกอนันต์ต่ออาณาประชาราษฎร์ และพระราชอาณาจักร พระวิริยะอุตสาหะในการค้นคิดทดลอง ตามแนวพระราชดำริอันหลากหลาย ได้ส่งผลให้แผ่นดินอันแห้งแล้ง กลับกลายเป็นแผ่นดินอันอุดมสมบูรณ์ นำมาซึ่งความร่มเย็นเป็นสุขของราษฎรโดยถ้วนหน้า ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจปวงประชา ก่อให้เกิดความสมานฉันท์ แกล้วกล้า นำสยามรัฐสีมาอาณาจักรให้มีความรุ่งเรืองสถาพร

     บัดนี้ กาลเวลาจะล่วงเลยมานานนับ 60 ปีแล้ว แต่ยิ่งนานวัน นานปี ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ยิ่งเพิ่มพูนความรักและความเมตตา กรุณาเอื้ออาทร อย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะผู้ที่ต้องตกทุกข์ได้ยากด้วยสาเหตุนานาประการ และได้พระราชทานพระบรมราชานุเคราะห์อย่างทันท่วงที อาทิ เมื่อราษฎรประสบอุทกภัย น้ำเหนือไหลบ่า ไร่นาบ้านเรือน ผลผลิต และทรัพย์สิน จมอยู่ใต้น้ำ ได้รับความเสียหายเดือดร้อนแสนสาหัส ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้พระราชทานถุงยังชีพ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ทั้งยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้พระบรมวงศานุวงศ์เสด็จฯไปทรงเยี่ยม สร้างขวัญและกำลังใจแก่ราษฎรที่ประสบความเดือดร้อน และพระราชทานพระราชดำริแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนต่อไป

     น้ำพระราชหฤทัยเปี่ยมด้วยพระเมตตากรุณาที่พระราชทานแก่ประชาชนทั่วทุกทิศานุทิศ ได้เสริมสร้างกำลังใจให้ราษฎร พร้อมที่จะต่อสู้กับความยากลำบากโดยไม่ย่อท้อ และก่อให้เกิดความจงรักภักดีด้วยความสำนึก ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นที่ประจักษ์ชัดแจ้งว่า พระเกียรติคุณของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ได้แผ่ไพศาลไปทั่วหล้า ดังปรากฏว่า องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาและรางวัลต่างๆ เป็นจำนวนมาก ดังเช่น เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม พุทธศักราช 2549 นี้ องค์การสหประชาชาติได้ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ ที่ทรงมุ่งมั่นบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของปวงชนชาวไทยตลอดมา

     นอกจากนี้ นิตยสารไทม์ เอเชีย ก็ได้เทิดทูนพระเกียรติคุณใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงเป็นหนึ่งในวีรบุรุษแห่งเอเชีย สาขาผู้เป็นแรงบันดาลใจ ทรงสามารถใช้ทศพิธราชธรรม นำชาติพ้นวิกฤตภัยหลายครั้ง ซึ่งพสกนิกรทั้งปวงต่างปลาบปลื้มปีติ เทิดทูนพระเกียรติคุณไว้เหนือเกล้าฯ

     เนื่องในมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ศกนี้ ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ถวายพระพรชัยมงคล ขออัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และสรรพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล โปรดประทานพรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ ให้ทรงพรั่งพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัย ภัยพยาธิปลาสร้างห่างไกลพระองค์ ทรงพระเกษมสำราญ พระชนมพรรษายิ่งยืนนาน พระเกียรติคุณแผ่ไพศาลทั่วทุกทิศานุทิศ ทรงสถิตเป็นร่มฉัตรปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า และปวงชนชาวไทย ตราบจิรัฐิติกาล เทอญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

     เวลาต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสตอบ ความว่า

     “ขอขอบใจที่ท่านทั้งหลายมาให้พรในวันนี้ และที่นายกฯ ได้กล่าวคำให้พร ซึ่งนับว่าเป็นคำให้พรที่ให้กำลังใจ ต้องมีกำลังใจอย่างเมื่อครู่นี้ ไม่ได้ลุกขึ้นเพราะว่ากำลังใจมีแต่กำลังกายมันไม่มี ฉะนั้นไม่ลุกขึ้นถ้าลุกขึ้นก็เสียกำลังกายเปล่าๆ แต่ท่านก็เข้าใจ ที่ว่าอย่างนี้เพราะว่าจะต้องรักษากำลังกายไว้ให้ดี ซึ่งกำลังกายไม่ค่อยดีด้วยเหตุว่า การออกกำลังเกินส่วนที่จะมีทางที่จะมีกำลังก็เลยต้องประหยัดกำลัง แต่ในเวลาเดียวกันถ้ามีกำลังกายไว้ก็คงเข้าใจว่าจะมีประโยชน์ เพราะว่าชาติบ้านเมืองต้องใช้กำลังกายกำลังจิตใจด้วย อย่างที่ท่านนายกฯ ต้องออกกำลังกายและกำลังจิตใจคนก็ได้เห็นทั้งนั้นว่าได้ประโยชน์ ก็เลยต้องอธิบายนิดหน่อย แต่การที่มีกำลังใจ กำลังกายนี้ จะต้องให้ทุกคนได้ร่วมกัน ช่วยกัน ร่วมกันออกกำลังกาย กำลังใจเพื่อให้ชาติบ้านเมืองรอดพ้นอันตรายได้ คนเอะอะเดี๋ยวนี้ก็ล้วนให้รัฐบาลต้องทำ ซึ่งรัฐบาลก็ไม่ค่อยมีกำลัง เพราะว่ารัฐบาลนี้แก่มาก ความจริง ความแก่นี่เป็นกำลัง ข้าพเจ้ายังไม่ถึง 78 79 ยัง 78 พรุ่งนี้ถึงจะเป็น 79 แล้วยังไม่ถึง 80 เอะอะอะไรก็บอกว่า 80 80 ซึ่งคนที่อายุ 80 ท่านมีกำลังมาก

     ฉะนั้น ก็ นายกฯ ก็ยังไม่ 80 แต่ข้าพเจ้าอีกไม่กี่วันก็จะเข้าปี 80 ปี 80 นี้นับว่ามาก แล้วก็ความจริงคนที่อายุ 80 เชื่อว่า มีกำลังที่จะปฏิบัติงานได้อีก ไม่ใช่น้อย ฉะนั้น ที่พูดเริ่มต้นนี้ดูท่าทางเหมือนว่าน้อยใจว่าอายุมาก แต่ถ้าอายุมากขึ้น เป็นประโยชน์ได้เปรียบ คนไหนที่อายุน้อยๆ เสียเปรียบ เพราะไม่มีความรู้ เรียกว่า คนที่อายุน้อยๆ เป็นคนที่เซ่อ เป็นคนที่ไม่มีความสามารถ ฉะนั้น คนที่อายุมากๆ เป็นคนที่ได้เปรียบ เพราะว่าถ้าคุณสมบัติของคนที่มีอายุ เรียกว่า มีประสบการณ์ ก็ต้องถือว่าเป็นคนที่ได้เปรียบ แล้วก็คนที่อายุน้อย อาจจะดูถูกคนที่อายุมาก เพราะมีปมด้อยนั่นเอง คนที่อายุน้อยๆ แล้วก็ไม่มีความสามารถ เลยต้องดูถูกคนที่อายุมาก แต่ก็ขอบอกว่าคนที่อายุมาก ถ้ารักษาความดี รักษาคุณสมบัติ คุณธรรม ก็ได้เปรียบคนที่อายุน้อย และในประเทศชาติถ้ามีคนที่มีอายุมากและได้เปรียบ ถ้าท่านมีจะทำงานได้ ถ้ามีแต่คนเด็กๆ ที่ไม่ถือว่ามีความสามารถ ชาติบ้านเมืองไม่ก้าวหน้า จะต้องพูดอย่างนี้ท่านผู้ใหญ่ก็อาจจะบอกว่า นี่แหล่ะ คนที่อายุมากมีประโยชน์

     แต่คนที่อายุมาก แต่ว่าเมื่อใช้ความได้เปรียบของความมีอายุมาก ก็เป็นเด็ก เป็นคนที่มีอายุเยาว์ เป็นคนที่เยาว์ในความคิด และอันตรายมาก เพราะมีคนที่เขาบอกว่าเขาแก่แล้ว เขาน้อยใจว่าแก่ น้อยใจว่าแก่ คนอย่างนี้เป็นคนที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ แล้วคนที่ไม่เป็นผู้ใหญ่ทำให้บ้านเมืองล่มจมได้ มัวแต่ไปน้อยใจว่าอายุมาก แก่ แล้วก็ไม่ใช้ความอายุมากเป็นประโยชน์ น่าอนาถ ถ้ามัวแต่บอกว่าเราแก่ แล้วก็น้อยใจว่าแก่ ไม่มีดีเลย ก็แสดงให้เห็นว่าแก่จริงๆ หงำเหงอะ เรียกว่าหงำเหงอะ ที่บอกว่า แก่ แล้วไม่ใช้ความแก่ ความชรา ความก้าวหน้า จิตใจที่อายุมาก ที่มีประสบการณ์ มาใช้เป็นประโยชน์ต่อตัวเองและต่อส่วนรวม ถ้าคนที่อายุมาก แล้วก็ใช้ความอายุมากเป็นประสบการณ์ คนมีประสบการณ์นั้นช่วยคนอื่นได้มาก เราก็ควรที่อย่าเอาคนที่ไม่มีประสบการณ์ทำให้บ้านเมืองล่มจมได้ เพราะว่าคนที่เชื่อว่า คนอายุมากเป็นคนไม่มีประสบการณ์ คนที่อายุมากมีประสบการณ์ จะมีประสบการณ์มากน้อยแค่ไหนแต่ก็มีประสบการณ์ เราเรียนมามากหรือน้อยแต่ก็มีประสบการณ์ ประสบการณ์นี้ช่วยให้ส่วนรวมก้าวหน้าได้ในระยะเหล่านี้ดูว่าคนที่ไม่มีประสบการณ์ แต่กลับแก่ ได้ทำให้บ้านเมืองล่มจมไปเยอะ

     ฉะนั้น ขอให้คนที่เขาว่าแก่ แต่ว่ามีประสบการณ์แล้วมีประสบการณ์ที่ดี ทำให้บ้านเมืองดำเนินงานไปได้ ขอให้พวกที่แก่ได้มีความสำเร็จ ได้มีความสำเร็จในงานการ ก็เชื่อว่า เป็นสิ่งที่สำคัญ พูดถึงแก่ นึกแก่ อายุมากอายุน้อยพูด ต้องดูบ้าง ตอนที่ยุบรัฐบาลได้มีการตั้งรัฐบาล ก็ตั้งมาด้วยดี โดยที่คนตั้งใจที่จะทำงาน ที่จะ ก็ไม่ทราบว่าได้ตั้งใจจริงๆ หรือไม่ แต่ว่าคนแก่ขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ หรือเป็นตำแหน่งใหญ่ก็ไม่ต้องการอะไร ไม่ได้มีความโลภว่าจะต้องการตำแหน่ง แต่เห็นว่าต้องมีคนที่อยู่ในตำแหน่งสูง ผู้ที่อายุมากก็ยอมรับ เขาจึงว่าแก่นำก็ไม่มีใครว่า ผู้ที่ได้มารับตำแหน่งรัฐบาล หรือตำแหน่งที่สำคัญๆ เพราะว่าได้ทำมามากแล้ว ที่เขาว่าแก่ ตรงข้ามก็คงต้องถือว่าเป็นคำชมเชย ว่า อุตสาหะแก่แล้วจะพักผ่อนได้ ไม่เอา เขาขอให้เป็นก็เป็น นี่เป็นสิ่งที่น่าชมเชย แต่คนที่ว่าอาจจะเป็น มาจากความอิจฉาก็ได้ อิจฉาก็ช่างเขา หมายความเขาทำไม่ได้ คนที่ว่า คนที่รับเป็น เข้าใจ เดาใจว่า ถ้าสมมติว่า ทำแล้วทำไม่ได้ก็บอกว่าทำไม่ได้ เพราะว่าไม่เคยเป็น ไม่เคยทำ หน้าที่อย่างนี้ ทำเท่าที่ทำได้ แต่เชื่อว่าทำได้ เพราะว่าเป็นคนที่มีประสบการณ์ ในวันที่มารับตำแหน่ง

     มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งว่า มารับตำแหน่งในเวลาที่เป็นระยะที่เดือดร้อน ไม่ใช่เรื่องการเมือง การเมืองเบื่อแล้ว แต่ว่าน้ำมันท่วม แล้วที่บอกว่าน้ำท่วม เพราะว่าน้ำมันลงมามาก แล้ววันนี้ก็บอกว่า ความจริงไม่มากเท่าที่เคย น้ำลงมา น้ำไม่น้อย แต่ไม่มากเท่าที่เคย มา 2-3 วัน ปีนี้น้ำที่หล่นมาจากฟ้า น้อยกว่าปี 38 น้อยกว่าจริงๆ เราก็พูดพอมีประสบการณ์ จำได้ว่า น้ำปี 38 มีมากจริงๆ แต่น้ำลงมาไม่มากเท่า น้ำมันน้อยกว่า แต่ว่าปีนี้ร้ายแรงกว่า เพราะว่าบริหารน้ำไม่ดี หมายถึงว่า ถึงเวลาจะปล่อยน้ำลงไป ถึงเวลาที่จะต้องกักน้ำไว้ ไม่ทัน ปีนี้ถ้ากักเอาไว้นิดหน่อยในเวลาที่ถูกหลักถูกจังหวะ ก็เชื่อว่า ไม่ท่วมเท่าที่เป็นอยู่นี้ แต่ไม่ช้าเกินไป อีก 2-3 วันข้างหน้านี้ จะเป็นเวลาที่ต้องบริหารน้ำให้ดี เริ่มจะขึ้น-ลง มากกว่าปี 38 แต่ดูในปีนี้ แก้ไขได้ คือบริหารน้ำให้ไม่ท่วมได้ เพราะว่าเรามีอุปกรณ์ที่สมัยใหม่ ที่ทำให้น้ำลดลงไป หายไปได้ดีกว่าปี 38 ปีนี้หลายแห่งที่ทำได้ โดยเฉพาะที่แม่น้ำเจ้าพระยา ตรงปลายแม่น้ำเจ้าพระยา ถึงเวลาน้ำขึ้น ก็กั้นเอาไว้ ไม่ให้น้ำมันขึ้นมาท่วม

     นี่พูดถึงเฉพาะกรุงเทพฯ ถึงเวลาปล่อย ก็ปล่อยได้ และโดยเฉพาะเป็นอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว คือ ที่พระประแดง ที่มีอุปกรณ์ที่เวลาน้ำขึ้น กักเอาไว้ แล้วเวลาน้ำลง ปล่อยให้ลง คือ ที่คลอง คนแก่จำไม่ได้แล้ว และได้ทำโครงการที่จะปล่อยน้ำไปได้ เวลาน้ำลง แล้วก็เวลาน้ำขึ้นก็ปิดเอาไว้ ดังนั้น คลอง 600 เมตร ถ้าเปิด มันก็ทะลักเข้ามาในแม่น้ำเจ้าพระยา ถ้าปิด น้ำจะอ้อมไป นี่วิธีที่จะบริหารน้ำให้ดี ก็คือ วิธีการให้ทราบว่าเวลาไหนน้ำกำลังขึ้น ปล่อยให้ออกไป พอไปทางคลองเตย กว่าจะถึงตรงปลาย น้ำก็ลง พอน้ำขึ้นเป็นเวลา แล้วเวลาลงเป็นเวลา แต่ว่าเวลาน้ำขึ้น เขียนเอาไว้ว่าขึ้นเวลานั้นๆ สูง 2 เมตร 2 เมตรกว่า เวลาน้ำลง น้ำก็จะลง ลงไป ทำให้เป็นจังหวะ ถ้าไม่ได้จังหวะ เปิดประตูน้ำเวลาน้ำขึ้น มันก็ทะลักเข้ามา ก็เข้ามาอาจจะท่วมได้ น้ำอาจจะขึ้นไปสูงกว่า 2 เมตร น้ำมันขึ้น 2 เมตร 20 - 2 เมตร 30 แต่ว่าถ้าเราปิดในเวลานั้น น้ำก็ไม่ทะลักมาในถนนในกรุงเทพฯ เวลาน้ำลงก็ปล่อย หมายความว่า ต้องให้ตรง มันเป็นเวลา ถ้าทำเป็นเวลาแล้วน้ำไม่ท่วมกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้กรุงเทพฯ ก็ต้องท่วม แต่ว่าถ้าไม่ทำให้ถูกต้อง ถูกเวลา ถ้าฝนตกด้วย ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่น่าจะฝนตก แต่ว่ามีฝนตกน้ำท่วม ถ้าน้ำท่วมรถแล่นไปก็จมน้ำ

     ฉะนั้น ผู้ที่มีหน้าที่ไม่ได้ทำ แต่ตอนนี้เขาต้องทำ บอกเขา เขาทำให้ ปล่อยน้ำเวลาน้ำมันลง น้ำขึ้นก็กักเอาไว้ มีทุกอย่าง มีแห่งเดียวที่มีอุปกรณ์ ที่อื่นก็ควรจะทำ รอมาหลายปีแล้ว ควรจะทำได้ แต่ต้องลงทุนไม่ใช่น้อย ข้อสำคัญต้องลงแรง ตามคลองชายทะเลก็เคยมี เมื่อ 9 ปี เมื่อปี 38 ส่งองครักษ์ไปดู ไปดูส่วนมากเป็นตอนกลางคืน เห็นคนนอนหลับสบายที่ชายทะเล ปกติไปทางใต้เพราะว่า จะเปิดไหม เพราะว่าเขาไม่ได้บอกให้เปิดก็ไม่ปิด ปิดหรือเปล่า เขาไม่ได้บอกให้ปิด น้ำทะลักเข้ามาก็ท่วมในคลอง คลองก็มาท่วม จากชายทะเลแต่ถ้าทำถูกจังหวะน้ำไม่เกิด ตอนที่ทำทางฝ่ายรัฐบาลก็จะไม่รู้เรื่องว่าจะเป็นอย่างไร คนที่ชายทะเล ที่นอนสบายเขาบอก คุณมาจากไหน รู้ได้อย่างไร น้ำขึ้นจริงๆ นะ เขานึกว่า ทำไมมาบอก รู้ว่าขึ้นทำไมไม่ปิด รู้ว่าลงไม่เปิด แล้วเขาถาม เป็นนายพล นายพลมาจากไหน มาจากในวัง ก็เลยเข้าใจว่ารู้เรื่อง ทำไมรู้เรื่อง เขาก็เชื่อ แต่ว่านายไม่เชื่อ นายผู้ใหญ่ต่างๆ เขาไม่ได้สั่งว่าเวลานั้นเวลานั้นต้องเปิดต้องปิด ที่ต้องเปิดต้องปิดเวลานี้ เพราะว่าน้ำไม่คอยใคร น้ำขึ้นน้ำลง ท่านเป็นทหารเรือก็รู้เรื่องว่าน้ำขึ้นลงเวลาไหน ต้องรู้ น้ำขึ้น น้ำลง แล้วช่วยป้องกันไม่ให้น้ำท่วม ตัวเขานอนสบายแต่ว่าคนที่อยู่ข้างในทุกข์

     ฉะนั้น เดี๋ยวนี้ยังมีเวลาที่จะแก้ไข ไม่อย่างนั้นถึงปีใหม่น้ำก็ท่วมอีก ก็เลยบอกว่าท่านที่มีหน้าที่ไปดู เราต้องไป เขาไม่เห็นแต่อย่างไรก็น่าจะไป 2 วัน 3 วันนี้ ก็จะไปดู เพราะว่ายังจำเป็นที่จะดู แต่ว่าเห็นเป็นอย่างนี้ อาจจะไปไม่ได้ ปวดหลัง ก็เลยไม่ได้ไป แต่ที่สมเด็จพระบรมฯ กับสมเด็จพระเทพฯ ไป มันต้องมีเรื่องเวลาให้เหมาะสม ให้ถูกต้อง ทางกรมชลประทาน บอกว่า ปลายปีก็หมดแล้ว ปลายปีนี้ยังมีอีกเดือน แล้วฝนก็ยังไม่หมด ต้องทำให้ถูกต้อง เพราะเชื่อว่า มันจะไม่ช้าเกินไป จวนจะหมดฤดูกาลแล้ว แต่ว่ามาพูดเพราะว่าที่ผ่านมาพูดไม่มีใครได้ยิน เสียงมันแหบ วันนี้เสียงนับว่าดี ได้แจ้งให้ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรสำหรับในน้ำท่วม

     แต่ว่าการที่พูดแล้วก็ไม่ได้พูดมาก พูดมากเกินไปน้ำท่วมทุ่ง กลัวเดี๋ยวน้ำท่วมทุ่งถึงนนทบุรี น้ำไม่ท่วมทุ่ง คนพูดมากจะน้ำท่วมทุ่ง ไร่นา ท่วมหมด ไม่ค่อยอยากพูดมากเกินไป พูดมากแล้ว

     เรื่องอื่นๆ ก็ไม่สำคัญ เรื่องอื่นๆ ที่พูดเราเอาไว้ปีหน้า ปีหน้าน้ำไม่ต้องท่วมทุ่ง เพราะว่านายกฯ ไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าปีหน้าจะไม่อยู่ อาจจะอยู่ก็ได้ พูดอย่างนี้เดี๋ยวฝรั่งเขาหาว่า The King นั้นสั่งนายกฯ ไม่ ไม่สั่ง สั่งไม่ได้ พล.อ.สุรยุทธ์ นี่ใครจะมาสั่งให้ทำอะไร สั่งไม่ได้ เพราะว่าท่านแข็ง ท่านแข็ง แล้วท่านก็ไม่ได้ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เป็นคนที่มีหลักมีเกณฑ์ ดังนั้นก็ ปีหน้าสั่งอะไรไม่ได้แล้ว ปีหน้าท่านก็สบาย ไม่ต้อง นี่แสดงให้เห็นว่าทำอะไรที่ดี เรียบร้อย ก็เชื่อว่าจะทำสำเร็จ เรียบร้อย คงมีบางอย่างที่ทำแล้วรู้สึกไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือไม่ถูก แต่อย่างไรก็เชื่อว่า ทำด้วยความตั้งใจดี ทำด้วยความตั้งใจแน่วแน่ ก็คงต้องผ่านอีกปี ข้ามปี อย่างนี้ต่อไปเชื่อว่าการปกครอง ขอเพียงท่านได้ทำประโยชน์ ได้ทำทุกอย่างแล้ว แต่ถ้าหากคนไม่เอา ไม่ต้องการตัวอย่าง บอกว่า ที่ทำนี่เพราะท่านโง่เขลา คนที่ตำหนิติเตียน ไม่เชื่อว่าท่านมีความ คนที่ทำมีความตั้งใจ ไม่มีผลประโยชน์ของตัว เป็นของที่สำคัญ

     แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ถ้าหากทุกคนที่มีตำแหน่งที่สำคัญ ต้องทำด้วยความตั้งใจดี ทำด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ก็ถือว่าบ้านเมืองจะผ่านพ้นอันตรายได้ ต้องเข้าใจด้วยว่าทำไมต้องพูดอย่างนี้ ที่พูด เพราะคนที่ทำมีความตั้งใจดี แต่มีคนที่ไม่ดี ไม่มีความตั้งใจดีก็มี คนทำดีก็ตั้งใจดี แต่ตั้งใจดี ไม่รู้เรื่อง ก็อาจจะเสียหายได้ ดังนั้น ก็หวังว่า ทุกคนที่รู้หน้าที่จะได้ทำตามหน้าที่ อายุ 80 จะได้สบายใจ พี่สาวเคยบอกว่า ถึงเวลาอายุ 80 ไม่ไหว ท่านอายุ 84 ท่านไม่ค่อยสบายก็เลยต้องพูดถึงท่าน ขอให้ท่านสบายและมีความสำเร็จในการรักษาตัว เดี๋ยวนี้มีเค้าเป็นผู้ใหญ่เหลือคนเดียว คือพี่สาว คนอื่นไม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว

     แล้วที่ท่านมาให้กำลังใจวันนี้ จะทำให้ข้าพเจ้าทำงานทำการต่อไปได้ มีความรู้สึกว่าคนเป็นรัฐมนตรีเด็กๆ ทั้งนั้น นอกจากแถวนี้ แก่ๆ ทั้งนั้น แถวนี้แก่ๆ ทั้งนั้น แต่ส่วนมากเด็กกว่าเรา ประหลาดที่สุดไม่เคยนึก มีคนเดียวที่แก่ คนเดียวที่แก่กว่า แต่ว่าท่านก็ไม่ยอมแก่ ก็เลยนึกว่าคนที่แก่แต่ไม่ยอมแก่ ทำงานเข้มแข็งก็ดี ที่แก่แต่ไม่ยอมแก่ หวังว่าทุกคนที่ทำงานด้วยความตั้งใจ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ด้วยความรู้ตัวว่าทำงานด้วยความแก่ที่ดีให้สำเร็จ ขอให้ท่านประสบความสำเร็จในงานของคนแก่ แต่ว่างานที่ถูกต้อง คนทำไม่ถูกต้องไม่ได้ ไม่ให้พร ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในงานการของคนแก่ เพื่อให้ส่วนรวมได้สามารถที่จะปฏิบัติเป็นคนดี อย่างคนแก่ ทางนี้ เขาก็ถือว่าเขาก็แก่ แต่ก็ทำงานด้วยความตั้งใจ ก็ขอให้ประสบความสำเร็จเรียบร้อยทุกประการ”


รวมสาระ  power by www.seal2thai.org ดินแดนปัญญาชน