ไม่ย้าย ไม่ถ่าย ไม่โอน ในมุมมองของครู

แนะค้านถ่ายโอนฯไม่สำเร็จ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ

โดย ผู้จัดการออนไลน์29 พฤศจิกายน 2548 15:21 น

    อดีตสสร.ชี่รัฐทำให้ครูแตกแยก ระบุหากกระบวนการนิติบัญญัติไม่สัมฤทธิ์ผล จะร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ด้านโฆษกองค์กรคัดค้านการถ่ายโอนฯ ย้ำไม่แปลกใจที่ไม่ตัดคำว่า "สมัครใจ" ระบุไม่เคยไว้ใจกรรมการชุดนี้อยู่แล้ว
       
       นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า รัฐมีหน้าที่ในการพัฒนาวิชาชีพครูที่ผ่านมามัวทำอะไรอยู่ แล้วตีความกฎหมายข้างๆ คูๆ โยนโรงเรียน โยนครูให้อปท.แล้วอปท.จะพัฒนาได้อย่างไร ขณะนี้ที่ครูแตกแยกกันก็เพราะเขาทำให้แตกแยก ผู้นำต้องมีคุณธรรมประจำใจ สร้างความรักสามัคคีในบ้านเมืองไม่ใช่ทำให้แตกแยกกัน
       
       ครั้งนี้ไม่เพียงกอบกู้ศักดิ์ศรีครูเท่านั้นแต่เป็นการกอบกู้บ้านเมือง เราต้องยึดอนาคตของเยาวชนเป็นที่ตั้ง ผลประโยชน์ใกล้ตัวขอให้หยุดไว้ก่อน โดยเราจะต่อสู้ในกติกาไม่มีออกนอกกรอบ สำหรับ พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจ ในมาตราที่ 43, 81, 289 นั้นขัดกับกฎหมายรัฐธรรมนูญทั้งหมด จึงขอเสนอทางออก 2 ทาง
       
       หากการเจรจาในวันนี้และกระบวนการขั้นตอนทางนิติบัญญัติไม่สัมฤทธิ์ผล ทางแรกคือการส่งตัวแทนไปยื่นเรื่องผ่านประธานรัฐสภาร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือยื่นเรื่องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพื่อร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย
       
       ด้านธนารัชต์ สมคเณ โฆษกองค์กรเครือข่ายคัดค้านการถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เผยว่า ในวันพรุ่งนี้ (30 พ.ย.) ตนและแกนนำส่วนหนึ่งจะเดินทางไปยื่นเรื่องให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ากฎหมายกระจายอำนาจขัดกฎหมายการศึกษาและกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือไม่ ซึ่งเป็นความหวังทางเดียวที่เหลืออยู่
       
       สำหรับผลการประชุมของนายปองพล ซึ่งยืนยันจะไม่แก้ไขถ้อยคำ "สมัครใจ" นั้น นายธนารัชต์ ย้ำหนักแน่นว่า ตนและเพื่อนครูไม่หวังจากกรรมการชุดนี้อยู่แล้ว จึงได้ถอนตัวออกมา แล้วมาหาทางออกด้านอื่นแทน
       
       ขณะที่นายทวี พิมพขันธ์ ผู้นำครูจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่โกนหัวเมื่อครั้งชุมนุมในวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา บอกว่า รัฐบาลต้องแก้กฎหมายอย่างแน่นอน เพราะว่ากฎหมายการกระจายอำนาจนี้เป็นกฎหมายที่ยากต่อการนำไปปฏิบัติ ประการสำคัญเป็นกฎหมายที่ครู ประชาชนทั่วประเทศไม่ยอมรับ
       
       "จะช้าหรือเร็ว รัฐก็ต้องแก้กฎหมายตามที่ครูออกมาเรียกร้อง ถ้าไม่แก้รัฐบาลจะอยู่อย่างไม่มีความสุข เพราะครูทั่วประเทศจะเดินทางมาเรียกร้องเพิ่มมากขึ้น"

*****

        ข่าวนี้อาจจะมาช้าไป เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสภาผู้แทนราษฎร์แล้ว ประชาธิปไตยสอนว่า แท้จริงแล้ว รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มิได้เป็นฉบับที่ดีที่สุดในโลก เหมือนที่ใครบางคนกล่าวอ้างไม่ เช่น การเข้าชื่อถอดถอน เสนอ คัดค้านร่างกฎหมาย แม้ว่าประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งโดยสมบูรณ์ 50,000 คน จะสามารถรวบรวมรายชื่อ แนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน มาเข้าร่วมกันทำกิจกรรมทางการเมืองแล้ว เรื่องต่างๆก็ต้องผ่านสภาอยู่ดี ไม่ต่างอะไรกับการฟ้องกำนัน โดยยื่นเรื่องไปที่กำนันเลยครับ

        ทำไม! อบต. จึงอยากไปได้โรงเรียนเข้ามาสังกัด

        1. ได้งบเพิ่ม 35 % สามารถยกระดับจาก อบต. มาเป็นเทศบาลตำบลได้เลย

        2. ควบคุม สั่งการ ให้คุณ ให้โทษข้าราชการประจำ

        3. เริ่มจากโรงเรียน ต่อมา สาธารณสุข ต่อมาตำรวจ จากนั้น อบต. จะกลายเป็นฐานอำนาจ

        ใครจะช่วยครูได้ ?

        คำตอบคือ แทบไม่มี แม้แต่ฝ่ายค้านก็ต้องพึ่งท้องถิ่น ออกมาโจมตีไม่ได้ เท่านี้ ท้องถิ่นในระดับต่างๆก็เป็นฐานอำนาจในการหวังขึ้นเป็นรัฐบาลต่อไป

        ... คงหวังพึ่งพระบารมีของพ่อหลวงเท่านั้น...

        ใครไม่สมัครใจไม่ต้องไป...!

        ไม่จริงครับ  ช่วยราชการ 2 ปี ถ้าไม่มีที่ไป ก็จำใจต้องโอน

        แล้วไม่ดีหรือ การบริหารง่าย ประเมินผลงานง่าย?

        ค่าของคนก็จะอยู่ที่คนของใคร ความเป็นวิชาการจะลดลง เข้าหานายมากขึ้น.... เด็กไทยจะโง่ เพราะครูมัวแต่หวังขั้น หรือไม่ก็กลัวลูกปืน

        ไม่พอใจก็ให้เออร์รี่ฯได้

        ก็เข้าทางพวกเขาสิครับ ต่อไป ใครก็เป็นครูได้ ขอเพียงรู้จัก อปท. คิดดูว่า กระทรวงสร้างครู 5 ปีมาทำไม จะมีครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ไว้ทำไม

        มีอะไรยืนยันว่าไม่ดีหรือไม่

         ผลงานวิจัยของเทศบาลนครพิษณุโลก ที่จ้างสำนักวิจัย ม.ราชภัฏพิบูลสงครามทำ และอาจมีที่อื่นๆที่ยังไม่รู้

        ครูส่วนใหญ่ ทำไมไม่ออกมาคัดค้าน

        ออกมาร่วมคัดค้านอย่างโจ่งแจ้งไม่ได้ เพราะมีหนังสือราชการ ลงวันที่ 14 ธ.ค. 48 ว่าห้ามชุมนุมแสดงความเป็นประชาธิปไตยโดยเด็ดขาด (แม้ว่าท้องเสียก็ต้องนำหลักฐานมาประกอบการลา)

        ทำไม ใครๆบอกว่าครูดื้อ

        ถ้าครูไม่มีเสรีภาพทางความคิด แล้วจะสอนเด็กให้คิดอย่างเสรีได้อย่างไร

        ครูทำเพื่ออะไร ผลประโยชน์หรือเปล่า

        ใช่ครับ ทำเพื่อผลประโยชน์ แต่เป็นผลประโยชน์ของเด็ก ของประเทศชาติ ไม่ได้มุ่งหวังผลคะแนนครั้งต่อไป

        แล้วไม่ดีหรือ ที่ได้ไปอยู่กับหน่วยงานที่งบเยอะ

        ดีครับ ดีใจที่จะได้งบ เพราะสิ้นปีก็ไปเที่ยวญี่ปุ่นกัน หรือจัดเก็บรายได้ดีเด่นก็เอามาซื้อรถกระบะ เอาไปเที่ยวยุโรปกัน (แต่ต้องเป็นคนของเขาเท่านั้น ผู้ว่าฯและรองฯไปฟรี) ใช่ไหมครับครู ชาตินี้จะได้ไปเที่ยวต่างประเทศหรือเปล่าหนอ นอกจาก พม่า ลาว เขมร

        อยากจะบอกอะไรแก่ผู้ที่เกี่ยวข้อง ท่านทำผิดตั้งแต่ยุบโรงเรียนเล็กๆมารวมกัน ท่านทำผิด ที่จะเอากระทรวงศึกษาธิการเป็นแค่ร่างทรง ท่านทำผิด ที่ทำให้ศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นว่าเป็นคนเดือนตุลาลดต่ำลง อยากจะให้ผู้เสนอข้อมูล ลองลงไปอยู่กับโรงเรียนจริงๆ ไปแบบครูจริงๆ แล้วคุณอาจจะได้ข้อสรุปว่า การบริหารงานในห้องแอร์ การลอกเลียนฝรั่งเหมือนหมาหางด้วน มันไม่เหมือนกับที่โรงเรียนบ้านนอก ไม่เหมือนในตำราที่คุณเคยเรียนระดับปริญญาโท ปริญญาเอก

        คำถามสุดท้ายของครู แล้วครูจะสอนให้เด็กรู้จักประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร? เพราะใครๆก็บีบบังคับไม่ให้แสดงออกถึงความเป็นประชาธิปไตย (หรือว่าการใช้ปัญญามันจะไม่สะใจ เท่ากับการใช้อาวุธเหมือนที่....ลงข่าวกัน )...........ครูระกำ  หวังพระบารมี

         (ได้รับข้อความมา หากมีความคิดเห็น กรุณาแสดงความเห็นในกระดานสนทนา)

ร่วมสนับสนุนเรา โดยการทำ link มาหาเรานะครับ เฟอร์นิเจอร์ไม้สัก พรมลายน่ารัก มะขาม ขนมจีน ข้อสอบ o-net a-net สอบบรรจุครู

     มะขาม

 [หน้าแรก] [รวมสาระ] [webboard]   power by seal2th