งประชามติ   ... โดย ดร.เซมเบ้
 
 

 

 

 

 

 

       โปรดใช้ความเป็นประชาธิปไตย อย่างถูกวิธี

  
ร่วมรณรงค์ ไปลงประชามติ วันที่ 19 สิงหาคม 2550
รักชาติ รักประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ต้องไปลงประชามติ

  ในขณะที่บ้านเมืองอยู่ภาวะไม่ปกติ ทั้งนี้หลายฝ่ายเชื่อมั่นในแนวทางการปฏิบัติของตน มีการใช้ยุทธวิธี "ดึงมวลชน" เข้ามาเป็นพวกของตัวเอง ทั้งนี้เพราะมีความเชื่อมั่น ยึดมั่ง ถือมั่น ว่าตนเองทำถูก กติกาที่ตนเองทำถูก พอมีคนเข้ามาปรับเปลี่ยนอำนาจ เข้ามาบริหารบ้านเมืองแทน ก็เป็นเดือดเป็นร้อน เพราะกติกาที่ทำขึ้นมาใหม่ไม่ได้สอดรับกับผลประโยชน์ของตน อีกทั้งยังก้าวการสถานบันที่ถือว่าพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้พระราชอำนาจผ่านสถานบันตุลาการอีกด้วย

   สังคมที่ต้องการความสงบ สันติ และประชาธิปไตย เป็นความต้องการของคนไทยเกือบทุกคนในชาติ แต่ก็ยกเว็บบางคน บางกลุ่ม บางพวก ที่เข้ามาบริหารงานแผ่นดิน แต่เมื่อตนเองเสียผลประโยชน์ ได้มีการให้ข้อมูลข่าวสาร การมีอำนาจทางการเงินยังคงเป็นสิ่งที่ได้เปรียบส่วนอื่นๆอยู่ เพราะในสังคมบางกลุ่มยังคงนับถือความดีที่ค่าของเงินอยู่ ผมพูดหลายครั้งว่า เมื่อตอนยังเด็กผมเคยได้ตัดผมที่ร้านแห่งหนึ่ง แล้วมีการซื้อเสียงกัน 300 บาท เมียช่างตัดผมเป็นแผนกประชาสัมพันธ์ให้คนมารับเงิน ส่วนหัวคะแนนนั่งรอจ่ายเงินอยู่ในบ้าน เมื่อมีคนมารับเงินก็พากันมาจับกลุ่มอภิปรายกันว่าเค้าดีอย่างไรบ้าง บทสนทนาสรุปที่ว่า "แล้วจะเลือกเค้า(คนให้เงิน)ไหมเนี่ย" เมื่อคนตัดผมก็ตอบอย่างมั่นใจว่า "เลือกสิ รับเงินเค้ามาแล้วไม่เลือกเค้า มันบาป --- ไอ้โง่" ตกลงใครโง่กันแน่เนี่ย

   ผมมีโอกาสได้เข้าใกล้ชิดกับนักการเมืองท่านหนึ่ง ท่านผู้มีมีอุดมการณ์สูง ย้ายพรรคเพราะต้องการโอกาสในการทำงาน เพราะถูกปูทางด้วยเงินหลายสิบล้านบาท ท่านผู้นี้ร่วมมือกับทางโรงเรียนประกาศโครงการเพิ่มพื้นที่สีเขียว ทั้งๆที่เด็กนักเรียนเป็นผู้จ่ายเงินบริจาคซื้อหญ้ามาปลูก ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านเชื่อว่าท่านเป็นคนดี แม้แต่ตอนนี้ก็ยังเชื่ออยู่ แต่ก็มีคนเริ่มตาสว่างแล้ว เมื่อเดือนก่อนก็ไปอยู่กับกลุ่มทางสายกลาง แต่พอเมื่อวันก่อนเห็นเดินนำขบวนไม่รับร่าง - - อะไรกันเนี่ย ---ไม่มีจุดยืนเลย

   มีหลายคนอ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาจากเผด็จการ ต้องไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ แล้วท่านอ่านครบทั้ง 309 มาตราหรือยัง

   มีหลายคนอ้างว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้ คือฉบับปิดบัญชีคนโกง คนที่เข้ามาใช้การเมืองหาผลประโยชน์เข้าตนเองจะต้องตายภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับนี้  แล้วท่านอ่านครบทั้ง 309 มาตราหรือยัง

   ผมลองอ่านเปรียบเทียบกับฉบับ ปี 2540 ก็พบว่า บางมาตรามีการปรับเปลี่ยน เช่น ตัดคำว่ามีส่วนร่วมของท้องถิ่นออกไปในมาตรา 48 เพื่อง่ายต่อการตีความ เพราะฉบับปี 2540 ตีความว่า โรงเรียนต้องไปอยู่กับ อปท. ทั้งๆที่การกระจายอำนาจ หมายถึง การกระจายอำนาจจากกระทรวงศึกษา มายังเขตพื้นที่การศึกษา ไม่ได้หมายความว่า มาอยู่กับ อปท.  มีหลายคนได้ทำงานตอนที่ญาติของตนมีอำนาจ เพราะการตีความแบบนี้แหละครับ

   หลายคนบอกว่า ระบบราชการไม่ดี ล่าช้า แต่อย่างน้อยๆ ก็มีคำว่า "ราชการ" คือ การของพระราชา ไม่ใช่บริษัทที่สามารถขายได้ 73,000 ล้าน โดยไม่ต้องถามประชาชนสักคำ แต่รัฐธรรมนูญฉบับนี้กลับถามท่านว่า ท่านเห็นด้วยหรือไม่

   ไม่มีใครอยากฌห็นชาติล่มจม ไม่ลงประชามติกันเถอครับ ใครมาจ้างให้เราลงอย่างไรก็รับเงินไว้ (เพราะเงินทองหายาก) แต่อย่าไปเลือกตามมัน ไม่บาปหรอกครับ เพราะการรับเงินซื้อเสียงแล้วไม่เลือกตามนั้น เหมือนเราไปซื้อหมูมาทำกับข้าวถวายพระ เป็นการได้บุญอีกต่างหากที่ไม่หลงเชื่อคนเลว คนดีจริงไม่ต้องใช้เงินหรอก เพราะถ้ามันชั่ว แต่ญาติมันเป็นคนดี รักแผ่นดิน ญาติมันก็ไม่เลือกมันหรอกครับ

   ไปลงประชามติ รับ - ไม่รับ ร่างรัฐธรรมนูญกันเถอะครับ 

   ชาติ และประชาธิปไตย อยู่ในมือคุณ

   
 

โปรดสนับสนุนเรา ด้วยการทำ Link มาหาเราครับ     หยดน้ำแห่งความคิด      ดินแดนปัญญาชน