ันนี้กับ ITV   ... โดย ดร.เซมเบ้
 
 

 

 

 

 

 

     

   หยดน้ำตาของคนข่าว itv พรั่งพรูออกมา สร้างความสงสารระคนกับกระแสอยากให้กำลังใจ บางคนก็บอกว่ารัฐบาลทำเกินไปสำหรับการยุติการออกอากาศ (ชั่วคราว) เพราะดูเหมือนการปิดกั้นข่าวสารของประชาชน บ้างก็บอกว่า ดีแล้วหละที่รัฐเดินตามเกมของกฎหมาย

   เรากำหนดให้ประชาชนไทยอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่จะมีสักกี่คนที่รู้กฎหมาย และที่สำคัญไอ้คนที่รู้กฎหมาย แล้วอาศัยช่องว่างของกฎหมายเอารัดเอาเปรียบคนไม่รู้ แบบนี้เรียกว่าคนเลว (ยกกำลัง 4) ดังนั้น ปรัชญาของสื่อมักจะกล่าวว่า สื่อต้องเป็นสื่อเสรี แต่จะมีสักกี่รายการที่เป็นเสรีจริงๆ หนังสือพิมพ์บางฉบับมักจะเรียกร้องเสรีภาพทางความคิด แต่ก็ยัดเยียดความคิดของตนเองให้กับผู้อ่าน มาถึงตรงนี้เขาก็บอกว่า นั่นเป็นสิทธิของคนอ่าน ถ้าท่านไม่ชอบก็อย่าอ่าน (เหมือนกับหนังเกาหลี เรื่อง"เจ้าหญิงวุ่นวายกับเจ้าชายเย็นชา" ถ้าใครชอบก็ดู ใครไม่ชอบก็ไม่ต้องดู) แต่ปัญหามันเกิดจากการที่มีโทรทัศน์เพียงเครื่องเดียว คนชอบกับคนไม่ชอบมานั่งด้วยกัน เลยเกิดสงครามแย่งรีโมท และคนที่ชนะ คือคนที่มีอำนาจมากกว่า

   ผมเคยชอบช่อง itv เพราะรายการบางรายการเปิดโปง ขุดคุ้ย ตีแผ่ เช่น ถอดรหัส ทำผิดอย่าเผลอ ที่สำคัญ ไอทีวี เคยเผยภาพกลโกงการเลือกตั้งที่มีชายนั่งซ้อนมอเตอร์ไซต์ ใส่หมวกกันน๊อค เข้าไปเปิดหีบลงคะแนน แล้วเทบัตรลงไป ความรู้สึกของผมตอนนั้นคือ "สุดยอด" น่าทึ่ง และรักสถานีไอทีวี หลังจากนั้นการคุดคุยตีแผ่ของความชั่วความผิดของนักการเมืองบางคน ของตำรวจทหาร ข้าราชการบางคน ของพระบางรูป ถูกนำเสนอตลอด ทั้งนี้อาจกล่าวได้ว่า ไอทีวีเป็นต้นตำรับการซ่อนกล้องเพื่อนำมาเป็นหลักฐาน

   การกระทำดังกล่าวลดน้อยลงไป หลังจากที่ไอทีวีได้ปรับเปลี่ยนจากบริษัทที่ประชาชนเป็นเจ้าของ กลางเป็นผู้มีเงินบางกลุ่มเป็นเจ้าของ หลังจากนั้นรายการจับผิดต่างๆถูกลดดีกรีลง ลดระดับความเข้มข้นลง ไม่นานนักมีรายการหนึ่งถูกถอดออก และไปปรากฏอยู่ ณ ช่อง 5 (ซึ่งก็อยู่ไม่นาน) ผมเองก็ไม่รู้ว่าไปสะดุด ... อะไร ของใครหรือเปล่าครับ

   เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นการสนทนาของกลุ่มนักศึกษา 7 - 8 คนเมื่อหลายปีก่อน
   "สงสัยคนเข้ามาครอง เข้ากลัวคุยโดนตัวเองมั้ง"
   "สงสัยกลัวโดนลูกน้องมั้ง"
   "ตำรวจ(บางคน 0.001%)งดเก็บเงิน จากการตั้งด่าน หันมาปฏิบัติหน้าที่เถรตรง จึงไม่จำเป็นต้องมีรายการจับผิด"
   "ในสงครามเย็น ใครครองสื่อ ผู้นั้นครองอำนาจ.....ดังนั้น เราต้องเข้ามาซื้อกิจการ"
   "ดูเหมือนว่าไอทีวียังจับผิดอยู่ แต่เน้นไปที่สมี กลุ่มพระนอกรีด ร่างคนสวมผ้าเหลืองออกตระเวรเรี่ยไรเงิน ร่างทรง และหมอยาผีบอก ยาพลังจิต หมอเถื่อน"
   ไม่มีเรื่องของข้าราชการ นักการเมืองที่คิดคดทุจริตเหมือนแต่ก่อน

   บางครั้ง การปฏิรูปให้สื่อหรือรัฐวิสาหกิจให้เป็นรูปของบริษัท สิ่งที่ต้องคำนึงคือผลกำไร แม้ว่าระบบราชการจะล่าช้า แต่ก็ไม่หวังผลกำไร จะมีก็เพียงการคอรัปชั่นเท่านั้น และผู้จับผิดและตีแผ่ได้อย่างดีก็คือ สื่อ ผมเองก็ไม่กล้าบอกว่า ไอทีวีก้าวออกมาจากจุดนั้นหรือยัง เพราะไม่ได้ดูข่าวสารนานแล้ว หากมีการปิดไอทีวีชั่วคราวจริง ผมคงต้องเครียดและกลุ้มมาก เพราะไม่รู้ว่าจะดูละคร สะใภ้สุดขั้ว แม่ผัวสุดซ่า และรายการ ขำกลิ้งลิงกับหมาได้ที่ไหนดี

   ถ้ามีใครมาปิดช่องทางทำเงินของผม ผมก็จะสู้ ตายเป็นตาย เจ๊งเป็นเจ๊ง (คุ้นๆเนาะ) ตอนแรกผมมีความเชื่อว่า สื่อย่อมมีจรรยาบรรณ ย่อมมีความเป็นกลาง ไม่เข้าข้างใคร แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอาจารย์ของผมมันทำให้ผมต้องในสมอง สติ ปัญญา ตรึกตรองดูก่อน เรื่องมีอยู่ว่า มีการขว้างระเบิดมือเข้ามาด้านบ้านพัก ซึ่งเป็นบ้านพักของอาจารย์คนดังกล่าว ทางตำรวจสันนิฐานว่าอาจเป็นปัญหาของความขัดแย้งเนื่องจากอาจารย์พิจารณาไม่จ้างคนขับรถของมหาวิทยาลัยทำงานต่อ แต่มีหนังสือพิมพ์หัวสีมาถามอาจารย์อีกท่านที่มีบ้านพักใกล้เคียง มาถามเพียงว่า "เจ้าของบ้านชื่ออะไร ตำแหน่งอะไร มีภรรยาชื่ออะไร มีคนอยู่ในบ้านกี่คน" แค่นี้ (ได้รับการยืนยันจากอาจารย์ ซึ่งผมก็ไม่กล้าจะสงสัยต่อ เนื่องจากใช้ปัญญาตรึกตรองดูแล้ว) อีกประการ ผมก็เรียนกับอาจารย์ท่านที่โดนปาระเบิดเชื่อว่าท่านคงไม่ผิดศีล 5 แน่ๆ ซึ่งนักข่าวคนดังกล่าวก็ไปเขียนต่อยาวยืด แถมยังลงความเห็นว่าเป็นเรื่องชู้สาว!!! สุดยอด เป็นไปได้อย่างไร คนที่ไม่กล้าแม้แต่จะพูดคำหยาบ เดินช้าเพราะการกำหนดสติทุกย่างก้าว จะเป็นคนอย่างนั้น นี่หรือคือจรรยาบรรณสื่อ มันทำให้หมดค่าเพราะสื่อชั่วๆ สื่อเทียม สื่อเห็นแก่ผลประโยชน์บางคน อย่างนั้นหรือ

   หวังว่าคง ย้อนรอย กลับมาถอดรหัสนะครับ ITV ทีวีเสรี กลับมาเป็นทีวีเสรีที่แท้ของคนไทย ไม่ต้องเป็น pitv (pre-independent tv) และ titv (test - independent tv)นะครับ

   
 

โปรดสนับสนุนเรา ด้วยการทำ Link มาหาเราครับ     หยดน้ำแห่งความคิด      ดินแดนปัญญาชน