สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก

     สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระมหาเถระผู้ทรงคุณธรรม เพียบพร้อมด้วยศีลาจารวัตร ทรงปฏิบัติพระศาสนกิจในด้านต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่คณะสงฆ์ พระพุทธศาสนา และประเทศชาติมาอย่างต่อเนื่อง
 

    สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระนามเดิมว่า เจริญ นามสกุล คชวัตร ประสูติ เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2456 ที่ตำบลบ้านเหนือ จังหวัดกาญจนบุรี พระชนก น้อย พระชนนี กิมน้อย บรรพชาเมื่อพระชันษา 14 ปี ณ วัดเทวสังฆาราม จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรม ณ วัดบวรนิเวศวิหาร จนพระชันษาครบอุปสมบท จึงได้อุปสมบท ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2476 โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวง วชิรญาณวงศ์ ทรงเป็นพระอุปัชฌาย์ มีนามฉายาว่า สุวัฑฒโน และได้ประทับศึกษาพระปริยัติธรรม วัดบวรนิเวศวิหาร ตลอดมาจนกระทั่งสอบได้เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค เมื่อ 2484

     เมื่ิอพระชันษา 34 ปี ในปี 2490 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ พระราชาคณะชั้นราช และพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ "พระโศภณคณาภรณ์" ซึ่งเป็นราชทินนามที่ตั้งขึ้นใหม่สำหรับพระสังฆราชเป็นรูปแรก ต่อมาได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ "พระธรรมวราภรณ์" ทรงเป็นพระราชาคณะชั้นเจ้าคณะรองที่ "พระสาสนโภณ" ทรงเป็นสมเด็จพระราชาคณะที่ "สมเด็จพระญาณสังวร "และทรงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็น สมเด็จพระสังฆราช ในราชทินนามที่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2532 นับเป็นสมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 19 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ทรงดำรงตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชยาวนานกว่าสมเด็จพระสังฆราชพระองค์อื่นๆในอดีตที่ผ่านมา ถึง 23 ปี และทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราชที่ทรงมีพระชันษายืนยาวที่สุดในประวัติคณะสงฆ์ไทย

     นอกจากพระกรณียกิจที่สำคัญทางคณะสงฆ์ ได้แก่ ทรงเป็นประธานกรรมการ มหาเถรสมาคม, เจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต,เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร,นายกสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย,ประธานกรรมการมูลนิธิพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย,ประธานกรรมการมูลนิธิวัดญาณสังวรารามวรมหาวิหารในพระบรมราชูปถัมภ์แล้ว

     สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ยังได้ทรงปฏิบัติหน้าที่พิเศษ อันมีความสำคัญยิ่ง โดยทรงเป็นพระอภิบาล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะทรงผนวช เมื่อ ปี 2499 พร้อมทั้งทรงถวายความรู้ในพระธรรมวินัย ทั้งทรงเป็นพระราชกรรมวาจาจารย์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อครั้งทรงผนวช เมื่อปี 2521

     นอกจากนี้ ยังทรงได้รับการทูลถวายจากผู้นำชาวพุทธโลกจาก 32 ประเทศที่เข้าร่วมประชุมสุดยอดพุทธศาสนิกชนแห่งโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น ให้ทรงเป็นผู้นำคณะสงฆ์สูงสุดแห่งโลกพระพุทธศาสนา เมื่อปี 2555 ในฐานะที่ทรงได้รับการเคารพอย่างสูงสุด ซึ่งเป็นการมอบตำแหน่งนี้เป็นครั้งแรกของโลก รวมทั้งทรงเป็นสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกแห่งประเทศไทย ผู้ทรงเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้ทุกคนปฏิบัติตั้งอยู่ธรรมะ นำไปสู่สันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองนับเป็นแบบอย่างของสากลโลก
 

ขอบพระคุณ ภาพจากนิตยสาร secret ปีที่ 6 ฉบับที่ 126 26 กันยายน 2556 , ข้อมูลจากครอบครัวข่าว 3

 

รวมสาระ  Powered by www.seal2thai.org   ดินแดนปัญญาชน